ชายในฝัน : My Prince

September 24, 2007 at 6:15 am (love)

 

(El Nino my current prince, ชายในฝันล่าสุดในคอลเลคชั่น)

My Prince 

I believe that everyone have their own ‘prince’ or ‘princess’ to dream of. Some people they meet their ‘prince’ or ‘princess’ in a  very short time while some people spending almost their entire life searching for one or considering ‘what do they really want’. For me, my kind of prince changes as often as the fashion trends, and even from the number of men that I have met or been in intimate contact with. It goes like

 

I dream of a prince who comes with a good look.

 

But in reality…

 

He is good looking but he is not nice à he is nice but very average look à he is nice, average look but has no taste à he is not that nice, average look, his taste is also average à feel sick of it à Go Single

 

I spent almost 30years searching for my prince which I start to believe that he does not exist. I have been collecting pieces of what I like and dislike about a man and create a collection of a perfect man as followings.

 

-         He can be at any age, if he’s young he has to be mature but if he’s a lot older than me he has to feel as young as me.

-         I like foreigner. I found that Thai men are unfaithful. I can’t stand their ego and the way they are trying to dominate female. I’m not saying that foreigner is better than Thai men, individual preference, maybe?

-         Bright smile.

-         Nice and clean hands and feet.

-         Very intelligent and has an outstanding skill/talent or passionate in something such as traveling, football, photography.

-         Good taste, its not about how he matches shoes but it also includes good taste in music, book and movie.

-         A gentleman. No need to give me a bunch of flowers to show how much you adore me (but I don’t mind getting sometimes :P ), a hug now and  then would be nice.

-         Lively and optimistic.

-         A never ending love. Its difficult to find it these days when all the technology that created to minimize the world and get everybody connected very easily seems to get relationship shorten. You can use txt massage to send you love and you can also break up with someone through MSN very easily.

-         Etc

 

It’s quite a long list , I could go on and on if I have more time. Speaking of “my prince” I wonder if I ever think of trying to be anyone ‘princess’ more or less? If a definition of ‘Princess’ means being sweet and so skinny like a supermodel, then the answer should be no. In the world where ‘men’ and ‘women’ are equalized, I found that the numbers of single women are increasing. Is being single means being away from conflicts and pressure that come from having a relationship? Is it true that there is a prince out there with an unconditioned love?.

 ®jeer —–

ชายในฝัน

 เชื่อว่าใครหลายคนคงมีคนในฝันของตนเอง บางคนก็เจอคนๆ นั้นอย่างรวดเร็ว บางคนอาจใช้เวลาค่อนชีวิตตามหา หรือใครหลายคนอาจเสียเวลาค่อนชีวิตนั้นหมดไปกับการพินิจพิเคราะห์ว่าชายในฝันของตนเป็นอย่างไร ประมาณเหมือนกับรสนิยมความชอบเปลี่ยนไปตามจำนวนของชายหนุ่มที่เรียงรายเข้ามาให้คบหาดูใจ ซึ่งอาจคิดเป็นสมการได้ประมาณว่า

 ชายในฝันของนางสาว j คือหนุ่มหน้าตาดี แต่ในความเป็นจริงกลับได้ หนุ่มหน้าตาดี นิสัยแย่ à หนุ่มนิสัยดี  หน้าตาพอประมาณ àหนุ่มนิสัยดี หน้าตาพอประมาณแต่ ไม่มีรสนิยมด้านการแต่งตัว à หนุ่มนิสัยปานกลาง หน้าตาปานกลาง รสนิยมปานกลาง à เบื่อ à เป็นโสดดีกว่า   

นางสาว J ใช้เวลาเกือบสามสิบปีตามหาชายในฝัน (ที่ตอนนี้เริ่มเชื่อว่าไม่มีอยู่จริง)  หล่อนสะสมข้อมูลความชอบ และไม่ชอบในตัวผู้ชายทั้งหมดจนได้คุณสมบัติชายในฝันคร่าว ๆ ดังนี้ (ไม่ได้เรียงลำดับ) 

-         อายุไม่เกี่ยง หากเป็นเด็กหนุ่มต้องมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ หากเป็นหนุ่มใหญ่ต้องมีชีวิตชีว่าดุจเด็กหนุ่ม

-         ชาวต่างชาติ เพราะชายไทยส่วนใหญ่ที่เจอะเจอมาถ้าไม่เป็นคนเจ้าชุ้ก็มีแนวโน้มเป็นประเภทขี้อวดและชอบครอบงำความคิดผู้หญิง ไม่ได้บอกว่าชาวต่างชาติดีกว่า ไม่รู้จะอธิบายยังไง คงเหมือนกับที่ว่าทำไมชายไทยบางคนก็พิสมัยสาวหมวยเป็นพิเศษอย่างไร้เหตุผล

-         ฟันสะอาด

-         มือ เท้าสะอาด

-         ฉลาด มีความรอบรู้ มีทักษะอย่างใดอย่างหนึ่งอันโดดเด่น หรือมีความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย หรือเรียกได้ว่ามี passion กับสิ่งที่ทำ เช่น ถ่ายภาพ ท่องเที่ยว etc

-         มีรสนิยมที่ดี ข้อนี้กว้างมาก รสนิยมที่ดีไม่ได้หมายถึงการแต่งกายเท่านั้น การเลือกอ่านหนังสือที่ดี การเลือกเสพหนังหรือเพลงก็รวมอยู่ด้วย

-         มีความเป็นสุภาพบุรุษ …ไม่ต้องมาถือกระเป๋าให้หรอก แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการเปิดประตูแล้วให้เราเดินก่อนนี่มันก็เป็นอะไรที่แมนมาก

-         โรแมนติก … อะไรที่ดูไม่โรแมนติกแต่สุดแสนจะโรแมนติกน่าจะทำให้ประทับใจกว่าอะไรที่มันเลี่ยน ๆ อย่าง  ดอกไม้ช่อโต หรือกุหลาบพลาสติก หรือพาไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนวันวาเลนไทน์ ทำไมจะต้องเอาตัวเองไปปะปนกับคู่รักอื่น ๆ แถมต้องจองคิวนาน จ่ายแพงกว่าอีก สิ่งที่โรแมนติกที่สุดที่บันทึกไว้ในคลังข้อมูลคืออ้อมกอดอันแสนอบอุ่นที่มาทุก ๆ สิบนาทีตลอดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงขณะต่อคิวรอขึ้นหอไอเฟลที่ปารีส และชอกโกแลตร้อนหนึ่งถ้วยที่อุตสาห์ไปต่อคิวซื้อให้มา

-         สดใสใจดี มองโลกในแง่ดี

-         มีความรัก ความเอื้ออาทร และความผูกพันที่ไม่มีวันหมดสิ้น ข้อนี้ยากหน่อย ไม่รู้ว่าเพราะเราอิงกับเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกและย่อโลกให้เล็กลงอันนี้รึเปล่าที่มันมีส่วนให้ความสัมพันธ์สมัยนี้เกิดขึ้นได้ง่ายและจบลงได้อย่างรวดเร็ว บอกรักก็ใช้โทรศัพท์มือถือ ส่งความคิดถึงก็ใช้ SMS  เลิกกันก็ง่ายด้วย MSN 

ร่ายมายืดยาว แต่มันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ถ้ามีเวลาเขียนอาจจะละเอียดถึงขั้นออกเป็นพอกเก็ตบุคได้หนึ่งเล่ม พูดถึงชายในฝันแล้วอดถามตัวเองไม่ได้ว่า ตัวเรานั้นเคยคิดที่ทำตัวให้เป็น นางในฝัน ของใครมากน้อยแค่ไหน ?หากนางในฝันหมายถึงผู้หญิงที่อ่อนหวาน น่ารัก ยกให้ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า แล้วก็ผอมดุจซุเปอร์โมเดลยิ่งในยุคที่ผู้หญิงมีความสามารถทัดเทียมผู้ชายด้วยแล้ว ส่วนใหญ่มักจะตัดปัญหาของการเป็นนางในฝัน โดยการเป็นโสด เพื่อหลีกหนีปัญหาและความกดดันทั้งปวง แล้วก็รอว่าสักวันหนึ่งชายในฝันจะมาปรากฎกายตรงหน้าแล้วก็รักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข  ? 

®jeer

Permalink 2 Comments

my love song

September 18, 2007 at 11:50 am (love)

SOMETHING CHANGED: pulp

I wrote the song two hours before we met.

I didn\’t know your name or what you looked like yet.

Oh I could have stayed at home and gone to bed.

I could have gone to see a film instead.

You might have changed your mind and seen your friends life could have been very different then but something changed.

Do you believe that there\’s someone up above?
Does he have a timetable directing acts of love?

Why did I write this song on that day?

Why did you touch my hand and softly say.

Stop asking questions that don\’t matter anyway.

Just give us a kiss to celebrate here today something changed.

When we woke up that morning we had no way of knowing

that in a matter of hours we\’d change the way we were going. Where would I be now if we\’d never met.

Would I be singing this song to someone else instead I dunno but like you said something changed.

ฉันเขียนเพลงนี้ขึ้นมาสองชั่วโมงก่อนที่เราจะพบกัน
ตอนนั้นฉันยังไม่รู้จักชื่อหรือแม้กระทั่งว่าเธอหน้าตาอย่างไร
ที่จริงฉันควรจะอยู่บ้านแล้วก็เข้านอน
หรือไม่ก็ดูหนังด้วยซ้ำ
เธอเองก็อาจจะเปลี่ยนใจไปหาเพื่อนๆ ชีวิตเราก็คงต่างไปจากนี้ แต่แล้วมันก็เปลี่ยนไป
เธอเชื่อไหมว่าคงมีใครสักคนบนฟ้าเบื้องบน
แล้วเขาคนนั้นมีตารางที่คอยจัดแจงให้คนมารักกันไหม
ทำไมวันนั้นฉันถึงเขียนเพลงนี้ขึ้นมา
แล้วทำไมเธอถึงแตะมือฉันแล้วพูดเบา ๆ ว่า
หยุดถามคำถามที่มันไม่เกี่ยวกัน….”
….จูบฉันเพื่อฉลองการที่มีกันและกันในวันนี้ดีกว่า …เพราะบางสิ่งได้เปลี่ยนไป
มันเหมือนกับเวลาที่เราตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เราไม่มีทางรู้เลยว่า
ในเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เราอาจจะเปลี่ยนหนทางที่จะไป
ฉันจะไปอยู่ที่ไหนในตอนนี้ถ้าหากเราไม่ได้เจอกัน
แล้ว ฉันจะร้องเพลงนี้ให้กับใครอื่นแทนรึเปล่า ฉันก็ไม่รู้ ….แต่เหมือนอย่างที่เธอพูด….บางสิ่งมันเปลี่ยนไปแล้ว ——

เพลง something changed ของ pulp เป็นหนึ่งในหลาย ๆ เพลงที่เรา เลือกเปิดฟังตอนเช้าระหว่างเดินทางมาทำงาน เนื้อหาที่แปลคร่าว ๆ ข้างบนก็คงจะบ่งบอกได้ว่าเนื้อหาของเพลงนั้นเป็นเพลงรัก เพลงนี้ไม่ใช่เพลงรักฟูมฟายที่พร่ำเพ้อแค่ ฉันรักเธออย่างโน้นอย่างนี้ แต่เป็นเพลงรักที่แฝงความโรแมนติกโดยการเล่าเหตุการณ์ชีวิตประจำวันของทั้งสองคนก่อนที่จะมาเจอกัน แล้วก็ เปลี่ยน มารักกันในที่สุด แล้วถึงแม้จะอยู่ในห้วงความรัก ก็แอบอดที่จะตั้งคำถามต่าง ๆ นานาไม่ได้ อย่างไรก็ดีสำหรับคนที่มีคู่รักอยู่แล้ว เวลาฟังเพลงนี้ก็คงจะแอบอมยิ้มคิดไปถึงวันที่เราได้เจอแฟนครั้งแรก หรือตอนที่เรารู้สึกว่าความรู้สึกเราได้เปลี่ยนไป

แต่ใช่ว่าเพลงนี้เหมาะสำหรับคนที่กำลังมีความรักอย่างเดียวเพราะเราคิดว่าเพลงนี้ก็เหมาะสำหรับ คนโสด หรือคนที่ผิดหวังกับความรัก คำว่า something changed มันแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง สำหรับคนที่ผิดหวังกับความรัก ฟังนี้แล้วก็อยากให้มีกำลังใจว่า สักวันหนึ่งก็คงจะมีคนๆ นั้นเข้ามาในชีวิต อย่างน้อยเราคิดอย่างนั้นทุกครั้งที่เราฟังท่อนนี้   Do you believe that there\’s someone up above? Does he have a timetable directing acts of love? “ (เธอเชื่อไหมว่าคงมีใครสักคนบนฟ้าเบื้องบน แล้วเขาคนนั้นมีตารางที่คอยจัดแจงให้คนมารักกันไหม)  เพียงแต่ว่ามันอาจจะขึ้นอยู่กับเวลาแล้วก็รูปแบบของความสัมพันธ์ ซึ่งอาจจะไม่ได้ออกมาแบบคู่รักเสมอไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครมีเพลงรักที่ชอบฟังบ่อย ๆ ก็มาบอกกล่าวกันบ้างนะคะ

Love is all around, actually

® jeer

ปล ลิงค์มิวสิควีดีโอเพลงนี้ เผื่อใครสนใจอยากฟัง http://www.youtube.com/watch?v=Skdjcv9Pbwo

Permalink 2 Comments

Hello world!

September 12, 2007 at 1:10 pm (Uncategorized)

this is jeer :)

Permalink 2 Comments