Doggy Diary 1: ยอดคุณหมา จัมโบ้เอ
ฉันอายุใกล้ 29 เข้าไปทุกวัน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็มาก หักอกเค้าก็มีบ้าง อกหักก็เป็นบางคราว ความรู้รอบตัวก็มากพอประกวดนางงามได้ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็พอจะเอาตัวรอดได้บ้าง แต่ก็เพิ่งจะมีเรื่องนี้แหละ ที่ทำให้ตัวเอง วิตกจริตและเสียศูนย์ไปพักใหญ่ ฉันบอกได้เต็มปากว่าไม่ใช่คนรักสัตว์ ตุ๊กตาที่เล่นตอนเด็ก ๆ จะออกแนวรักสวยรักงาม ส่วนใหญ่จะเป็นตุ๊กตาบาร์บี้หรือไม่ก็ตุ๊กตากระดาษ จะมีก็ตุ๊กตากระต่ายถือแครอทที่อ้อนให้พ่อซื้อให้ตอนเด็ก ๆ ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้อยากได้มาเล่น แต่จะเอาไปวางตกแต่งรถเก๋งคันแรก ฉันมีความปรารถนาดีให้สัตว์ต่าง ๆ อย่างห่าง ๆ พี่ ๆ แถวบ้านชอบรบเร้าให้พ่อแม่พาไปเขาดินและพาต้าเพื่อดูนกเพนกวินและคงคอง ส่วนฉันชอบขอให้แม่พาไปเดินตากแอร์เย็นฉ่ำที่เซ็นทรัลลาดพร้าวแล้วตบท้ายด้วยเป็ปเปอร์สเต็กหมูที่ร้านเทอเรซมากกว่าเดินดมอึยีราฟที่เขาดิน ดังนั้นการที่จะเลี้ยงลูกหมาที่เพิ่งอายุได้ประมาณสามวัน ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่และกระทบชีวิตประจำวันอันแสนยุ่งเหยิงของฉันทีเดียว แถมไม่มีเวลาให้เตรียมตัวด้วยเพราะว่าเจ้าเอมันจากไปอย่างกระทันหันเกินไป ไม่ทันที่จะได้ไปเดินเฉิดเลือกซื้อคู่มือการเลี้ยงลูกสุนัขมานั่งอ่านเพื่อเตรียมใจด้วยซ้ำ
สิบกว่าวันที่แล้ว จัมโบ้เอ เจ้าหมาสีขาว ทิ้งเบบี๋สามตัวไว้ให้ดูต่างหน้า ส่วนสาเหตุการลาจากโลกไปอย่างไม่มีวันกลับของมันไม่เป็นที่แน่ชัด หมอนุ่น สัตวแพทย์สาว บอกว่าอาจเป็นได้หลายอย่างตั้งแต่ร่างกายขาดกลูโคส เนื่องจากเสียเลือดมากตอนตกลูก (เจ้าเอ ออกลูกมา เจ็ดตัว แต่เหลือรอดมาจนบัดนาวแค่สามตัว) อาการป่วยของมันเริ่มมีให้เห็นตอนที่หลังคลอดลูกได้สองวัน เอดูตัวผอมผิดปกติ หายใจหอบ จากหอบน้อย ๆ แล้วจึงค่อย ๆ หอบมาก ๆ จนถึงวันที่สาม จึงชักกระตุกสิ้นใจ หรือไม่เจ้าเออาจจะออกลูกมาไม่หมดเพราะความผิดปกติของมดลูก ซึ่งมันก็เนื่องมาจากหม่อมแม่สุดที่รักของข้าพเจ้าชอบเอายาคุมกำเนิดที่ใช้สำหรับคนให้มันกิน ซึ่งเป็นการทำหมันแบบชั่วคราว (แบบผิด ๆ) มาสองสามปี แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นสุนัข ใคร ๆ ต่างยกย่องถึงคุณสมบัติที่ดีที่สุดคือความซื่อสัตย์ ซึ่งมันทำให้ฉันน้ำตารื้นทุกครั้งที่นึกถึงก็คือ ภาพเจ้าเอนั่งหอบตาละห้อยมองเจ้านายมันลงจากรถมาพร้อมกับหมอนุ่นที่หอบหิ้วกระติกเครื่องมือและน้ำเกลือที่จิ๊กมาจากโรงพยาบาล สิบกว่านาทีหลังจากที่หมอนุ่นเตรียมเครื่องมือรักษาเสร็จ หมอนุ่นบอกให้พ่อไปอุ้มเจ้าเอเพื่อมาฉีดน้ำเกลือและเตรียมเจาะเลือดไปตรวจ ฉันเองเพิ่งเดินกลับมาจากไปตามท่านแม่ที่ไปบอกให้ลุงข้างบ้านมาช่วยเป็นลูกมือเผื่อมันดิ้น ฉันมองภาพที่พ่ออุ้มเอแล้วก็นึกสงสัยว่าทำไมมันจึงยอมให้อุ้มแต่โดยดีไม่มีขัดขืน พอพ่อวางมันลง หมอนุ่นจัดแจงเอาเชือกรัดปาก เตรียมเข็มเพื่อฉีดน้ำเกลือ หมอนุ่นบอกว่ามันหยุดหายใจ ฉันแอบเห็นว่าฉี่มันเริ่มซึมออกมาจากปลายหาง หมอเอากำปั้นทุบที่ตรงแถวอกเพื่อปั๊มหัวใจ ปากก็ร้องเรียกเอ ๆ ๆ ๆ ซึ่งตอนนั้นทั้งพ่อและแม่ของฉันต่างก็ช่วยกันเรียกชื่อมันเผื่อจะช่วยรั้งมันไว้ได้บ้าง หมอนุ่นพยายามหาเส้นเลือดเพื่อที่จะฉีดน้ำเกลือ แต่ก็หาไม่เจอซึ่งนั่นก็แปลว่า เอมันหมดลมหายใจไปแล้วจริง ๆ ตั้งแต่มันชักได้ประมาณไม่เกินห้านาที ใคร ๆต่างบอกว่าเอมันคงรอจนเจ้านายทั้งสามคนมาครบแล้วจึงค่อย ๆ จากไปอย่างสงบ
A: we will be missing you…
n เอ เป็น ลูกของเจ้าเบคส์ (หรือที่พ่อกะแม่ชอบเรียกเพี้ยนเป็น เบิร์ด) ที่ถอดแบบมาจากเจ้าเบคส์เปี๊ยบไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่เหมือนสุด ๆ แล้วก็สีขาว (เหมือนสโนว์ และ เดอร์ตี้สโนว์ตอนมันไปคลุกฝุ่น) ที่เป็นเอกลักษณ์
n เอ มีพี่น้องคลานตามกันมาอีกสองตัวชื่อ หางดาบ ที่ขี้อิจฉาสุด ๆ และ ลูกอม ที่รักสันโดษอมยอมมีเซ็กซ์กับหมาอื่นได้แต่ไม่ยอมมีลูกซักที มีงานอดิเรกคือนอนตากแดด
n นอกจากเอจะเป็นแม่ของเบบี๋ทั้งสาม เอ ยังเป็น แม่ของ Agger (แอกเกอร์) เจ้าหมาเพศเมียโรคจิตอายุหนึ่งขวบที่ไม่ยอมให้ใครจับ นอกจากฉัน
joynifer said,
January 25, 2008 at 8:56 am
ไปดีนะน้องเอ แม่ตุ้มจะช่วยดูแล 3 น้องหมาให้เอง ไว้ใจแม่ตุ้มได้จ้ะ